เลือกผ้าม่านอย่างไรให้เข้ากับวอลเปเปอร์และโทนสีของห้อง

สำหรับการออกแบบตกแต่งภายในของบ้านนั้นมีความสำคัญ การออกแบบที่ดีย่อมเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง การสร้างความเป็นเอกภาพของสีสันภายในบ้าน ความเป็นหนึ่งเดียว ไม่แตกแยกขององค์ประกอบ การเลือกผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงสีผนัง และเครื่องใช้อื่นๆให้มีลวดลายและสีสันที่มีการผสมผสานกันอย่างลงตัว ซึ่งจะช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านมีความสอคล้องและกลมกลืนกัน ทำให้ห้องที่ผ่านการออกแบบมาอย่างดีแล้วย่อมน่ามองมากกว่าการตกแต่งห้องที่ไม่ได้คำนึงถึงรูปแบบมาก่อน

สีสันของผ้าม่าน

สีสันของผ้าม่าน

ในการเลือกรูปแบบของตัวผ้าม่านให้เข้ากับผนังห้องก็เช่นเดียวกัน การเปลี่ยนผนังห้องสีเรียบๆที่แสนจะน่าเบื่อให้กลายเป็นผนังที่มีสีสันเพิ่มมากขึ้นนั้น สามารถที่จะใช้วิธีทาสีหรือการใช้วอลเปเปอร์ สำหรับติดผนังก็ได้ แต่ในปัจจุบันการติด วอลเปเปอร์ นั้นมีความนิยมมากกว่าการทาสี เนื่องจากง่ายต่อการติดตั้ง ไม่เลอะเทอะ และไม่ต้องรอแห้ง แถมยังสามารถเลือกลวดลายได้หลากหลายมากกว่าการทาสี และเมื่อต้องการเปลี่ยนลวดลายอีกครั้งหนึ่งก็เพียงแค่ลอกแผ่นเก่าออกและติดตั้งแผ่นใหม่เข้าไปแทนที่ได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึงมีคุณสมบัติที่สามารถกันเสียง และปกปิดร่องรอยของผนังที่ไม่เรียบร้อยได้ดีกว่าการทาสี ทำให้ วอลเปเปอร์ เป็นหนึ่งในทางเลือกที่เหมาะสมในการใช้ทดแทนการทาสีได้เป็นอย่างดี

และสำหรับบ้านที่ต้องการตกแต่งผ้าม่านเข้าไปด้วย อาจจะไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะต้องเลือกผ้าม่านแบบไหนจึงจะสามารถเข้ากันได้กับตัวห้องดี ดังนั้นหลักในการเลือกผ้าม่านให้เข้ากับตัวห้องจำเป็นจะต้องคำนึงถึงส่วนของวอลเปเปอร์ด้วย ซึ่งจะเห็นว่าเป็นโทนสีหลักของตัวห้อง จากนั้นให้มองสภาพโดยรวมของห้องว่ามีโทนสีที่ออกไปในทิศทางไหน เป็นตัวประกอบในการตัดสินใจเลือกซื้อผ้าม่าน

ผ้าม่านสีโทนเข้มตัดกับผนังสีโทนอ่อน

ผ้าม่านสีโทนเข้มตัดกับผนังสีโทนอ่อน

แต่ทว่ากฎตายตัวในการเลือกผ้าม่านที่เหมาะสมนั้นย่อมไม่มี เนื่องจากต้องขึ้นอยู่กับความพอใจของเจ้าของบ้านเองด้วย แต่โดยหลักทั่วไปแล้วหากต้องการความสมบูรณ์แบบในการแต่งบ้าน ก็ต้องมีปัจจัยที่กล่าวมาอย่างการเลือกโทนสีที่สอดคล้องกันให้มากที่สุด อย่างเช่นห้องที่ต้องการบรรยากาศในสไตล์โมเดิร์นทันสมัย เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งอื่นๆมีความทันสมัย รวมไปถึงตัววอลเปเปอร์ที่มีความเรียบหรูอยู่ในตัว การเลือกสีของผ้าม่านจึงต้องเลือกโทนสีที่เรียบง่ายหรือคลาสสิค หากวอลเปเปอร์ ของผนังมีสีอ่อน ก็ควรที่จะเลือกใช้ผ้าม่านที่มีสีเข้มเพื่อการตัดกัน แต่หาก วอลเปเปอร์ มีสีเข้ม ก็ควรใช้ผ้าม่านสีอ่อน ทำให้ห้องไม่ดูเอนเอียงไปสีสีหนึ่งมากจนเกินไป หากวอลเปเปอร์ของห้องและเฟอร์นิเจอโดยรวม มีลวดลาย อาทิเช่น ลายแพทเทิร์นดอกไม้ขนาดเล็ก การเลือกใช้ผ้าม่านอาจจะเลือกใช้ผ้าม่านที่มีลายสีที่สลับกันในแนวยาวในการตกแต่งห้อง เพื่อช่วยลความเด่นของลาย วอลเปเปอร์ ไม่ให้ดูเด่นมากจนเกินไป หรือหากตัวสีผนังมีโทนสีไปในทางสว่าง การเลือกใช้ผ้าม่านก็อาจจะเป็นโทนเย็นเพื่อให้ห้องดูนุ่มนวลและสบายตา

ผ้าม่านสีโทนเย็นช่วยให้บรรยากาศของห้องดูนุ่มนวลและสบายตา

ผ้าม่านสีโทนเย็นช่วยให้บรรยากาศของห้องดูนุ่มนวลและสบายตา

จะเห็นว่าการตกแต่งด้วยผ้าม่านนั้นมีความสำคัญ หากต้องการความสมบูรณ์แบบให้เกิดขึ้นภายในตัวบ้านแล้วละก็ สไตล์และการออกแบบจึงไม่มีกฎตายตัว มีการออกแบบที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงความพอใจของเจ้าของบ้านเป็นหัวใจหลักสำคัญด้วยเช่นเดียวกัน

บทความและภาพประกอบโดย ร้านผ้าม่านไทย

http://www.pamanthai.com/article/เลือกผ้าม่านอย่างไรให้เข้ากับวอลเปเปอร์และโทนสีของห้อง.php

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับผ้าม่าน

ในการจะทำผ้าม่านมีเกร็ดน่ารู้เล็กน้อยที่ช่วยให้การตกแต่งบ้านด้วยผ้าม่านออกมาดูดีได้แก่

การเลือกสีผ้าม่าน การจะเลือกผ้าม่านสีอะไรนั้นสำคัญเลยก็ต้องตามใจเจ้าของบ้านหรือเจ้าของห้อง นั้นว่าชอบสีอะไร ส่วนสีที่จะทำให้ห้องดูสว่างนั้นจะเป็นสีในโทนสีอ่อนเพราะว่าจะสะท้อนแสงได้ ดีและยังตัดกับสีของเฟอร์นิเจอร์หรือของแต่งห้องสิ่งอื่นๆ ทำให้ตัวผ้านั้นดูโดดเด่นขึ้นมาี ส่วนผ้าม่านที่จะให้ความรู้สึกอบอุ่นนั้นจะเป็นสีแนวเอิร์ธโทน (สีโทนน้ำตาล) จะทำให้ดูสบายตา รู้สึกสบายๆเป็นกันเอง และจะทำให้คุณแต่งบ้านหรือห้องของคุณได้ง่ายขึ้น

สีผ้าม่านโทนอ่อน

สีผ้าม่านโทนอ่อน

ประโยชน์ของผ้าโปร่ง ในเรื่องของการกรองแสงที่ส่องเข้ามาภายในนั้น ผ้าม่านชนิดโปร่งจะช่วยตรงนี้ได้ดี และมีข้อดีคือยังไม่บดบังทัศนะวิสัยสวยๆงามๆภายนอกอีกด้วย โดยผ้าโปร่งมีลักษณะเด่นคือสามารถมองทะลุออกไปภายนอกได้็และช่วยเรื่องการ กรองแสงช่วยให้บรรยากาศในบ้านหรือในห้องดูนุ่มนวล

ผ้าโปร่งช่วยกรองแสง

ผ้าโปร่งช่วยกรองแสง

เนื้อผ้าชนิดทึบแสง หากใช้ผ้าทึบแสงหรือผ้ากันแสงจะช่วยทำให้ห้องดูมืด และ่จะช่วยกันแสงไม่ให้ปลุกคุณในตอนเช้าสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อน และยังมีส่วนช่วยป้องการความร้อนที่มาจากแสงแดดได้ แต่บางทีการจะเลือกผ้าทึบแสงอาจทำให้ห้องดูอึดอัดเนื่องจากไม่มีแสงส่องเข้า มา เพราะฉะนั้นการเลือกผ้าม่านก็ควรเลือกให้ดีว่าต้องการเนื้อผ้าแบบใด

ผ้าม่านชนิดทึบแสง

ผ้าม่านชนิดทึบแสง

การเลือกแบบผ้าม่าน โดยทั้วไปแบบผ้าม่านในท้องตลาดที่นิยมใช้กันจะมีอยู่ไม่กี่แบบซึ่งโดยทั่วไป ที่เลือกใช้กันจะเป็น ม่านจีบ ม่านพับ ม่านตอกตาไก่ ม่านลอน ม่านหลุยส์ ม่านคอกระเช้า สามารถเลือกได้ตามความชอบของคุณ แต่แบบที่แนะนำจะเป็นผ้าม่านแบบจีบเนื่องจากดูแลรักษาได้ง่ายกว่าม่านชนิด อื่นๆ สามารถเลือกรางสำหรับแขวนม่านได้2ระบบคือรางแบบลูกล้อและราวโชว์ ซึ่งรางแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเด่นต่างกันดังที่กล่าวไว้แล้วในบนความก่อนหน้า นี้ แต่ในผ้าม่านชนิดอื่นเช่นม่านตอกตาไก่หรือม่านคอกระเช้าจะเลือกใช้ได้แค่ เฉพาะรางโชว์ซึ่งในความเป็นจริงการใช้งานทำได้ไม่สะดวกนักเมื่อเทียบกับราง ระบบลูกล้ออย่างเช่นรางตัวเอ็ม

ผ้าม่านแบบจีบ

ผ้าม่านแบบจีบ

บทความโดย www.ร้านขายผ้าม่าน.com

เคล็ด(ไม่)ลับในการดูแลรักษาพื้นไม้

วัสดุที่นิยมนำมาใช้สร้างบ้านหรือตกแต่งบ้านเป็นอันดับหนึ่งก็คงจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ใช่แล้วครับนั่นคือ ไม้ นั่นเอง
ไม่ว่าจะนำไม้มาใช้ทำเป็น ผนัง หรือ โต๊ะ ตู้ ราวผ้าม่าน หรือ มู่ลี่ ก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยทำให้การตกแต่งภายในสวยงามและดูเป็นธรรมชาติ แต่สำหรับพื้นไม้นั้นก็มีอยู่หลากหลายประเภทการดูแลรักษาก็แตกต่างกันไปเรามาดูกันว่าจะมีวิธีการดูแลรักษาพื้นไม้อย่างไรให้อยู่คงทน

พื้นไม้

พื้นไม้

มู่ลี่ไม้

มู่ลี่บางชนิดก็ผลิตจากไม้แท้

การทำความสะอาด

ทำความสะอาดเป็นประจำ โดยการดูดฝุ่น, กวาด หรือเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ แต่หากมีรอยคราบหรือรอยเปื้อนต่างๆ เพื่อนๆควรรีบเช็ดออกทักทีคะ หากปล่อยคราบเหล่านั้นทิ้งไว้นานพื้นห้องของเพื่อนๆอาจหมดความสวยไปเลยก็ เป็นได้

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาด

สมัยนี้มีผลิตภัณฑ์สำหรับ การทำความสะอาดมีออกมามากมายคะ แถมยังแยกชนิดการทำความสะอาดไว้อีกด้วย แต่สำหรับเพื่อนๆที่พอมีเวลาก็อาจจะใช้เคล็บ(ไม่)ลับอย่าง การทำความสะอาดพื้นด้วยน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำมันมะกอกคะ จะทำให้พื้นของเพื่อนๆมันวาวเหมือนใหม่อยู่เสมอ วิธีนี้แอบเก๋ไม่เบาเลยนะคะ

หลีกเลี่ยงความชื้น

อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วละคะว่าพื้นไม้นั้น ไม่ถูกกับความชื้นเอาซะเลย หากเพื่อนๆปล่อยให้พื้นห้องของเพื่อนๆมีความชื้นอยู่มากๆแล้วละก็เหล่าเชื้อ ราได้มาเยี่ยมบ้านแน่นอนคะ เคล็บลับง่ายๆเลยแค่หากพื้นห้องของเพื่อนๆมีรอบคราบ หรือรอยน้ำ เพื่อนๆต้องรีบจัดคราบคราวเหล่านั้นออกไปโดยด่วนเลยคะ ไม่เช่นนั้นรอยคราบทั้งหลายอาจฝังลึกลงไปบนพื้นไม้ของเพื่อนๆ และอาจจะยากต่อการทำความสะอาดอีกด้วยคะ

ความร้อนจากแสงแดด

ความร้อนที่มากับแสงแดดแรงในยามบ่ายมีส่วนอย่างมากที่จะทำให้พื้นไม้ของเราซีดจางแลดูไม่สวยงามได้ แะนั้นควรหาผ้าม่านมาบังแดดบริเวณหน้าต่างหรือบริเวณช่องกระจกที่แดดส่องถึงเพื่อป้องกันความร้อนจากแสงแดดเข้ามาทำลายเนื้อไม้ หรือหากเป็นห้องที่ยังไม่เข้าอยู่ยังไม่สามารถหาผ้าม่านได้ก็สามารถใช้กระดาษปิดบริเวณกระจกเพื่อป้องกันแสงชั่วคราวได้

เคล็บลับง่ายๆเพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้พื้นไม้ของเพื่อนๆยังคงสภาพการ ใช้งานและคุณภาพที่ดีอยู่เสมอคะ ต้องขอบอกไว้เลยว่าพื้นไม้นั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งบ้านและคอนโดนะคะ ถือได้ว่าเป็นองค์ประกอบอีกหนึ่งอย่างที่มีความสำคัญคะ

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก : thaihomeonline.com

เทคนิคการแต่งห้องแบบกระเป๋าไม่แฟบ

ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้หากคิดจะหาวัสดุมาแต่งห้องใหม่แต่ละครั้งอาจทำให้กระเป๋าแฟบได้ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ วันนี้เรามีวิธีเก๋ๆ ในการตกแต่งห้องง่ายๆแบบกระเป๋าไม่แฟบมาเล่าสู่กันฟัง

1.ใช้ผ้าดิบในการเปลี่ยนสีผนัง นำผ้าดิบมาระบายสี หรือ วาดภาพลงไป แทนที่จะทาลงไปโดยตรงที่ผนัง ซึ่งวิธีนี้เราสามารถเปลี่ยนได้บ่อยๆ และสีที่ใช้ก็เป็นสีโปสเตอร์ ซึ่งราคาถูกกว่าสีทาผนังทั่วไป เมื่อเราวาดหรือระบายสีบนผ้าเสร็จ เราก็ทำมาติดที่ผนัง ได้ตามตำแหน่งที่เราต้องการ และสามารถย้ายไปมาได้ตามใจชอบ

2.เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น โซฟาที่สามารถปรับเป็นเตียงได้ นอกจากจะใช้ประโยชน์ได้แล้วยังสามารถ ช่วยประหยัดเนื้อทีได้อีกด้วย หรือจะเป็นกล่องเก็บของที่สามารถนำมาดัดแปลงเป็นเก้าอี้ได้ด้วย

3.เลือกเฟอร์นิเจอร์ ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก อาจจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่เล็กๆ มีขนาดเบา สามารถยกย้ายไปมาได้เมื่อต้องใช้งาน จะได้ไม่จำเจ ไม่ต้องว่างซ้ำที่เดิมๆอยู่กับที่ตลอดเวลา

4.นำเฟอร์นิเจอร์ หรือ สิ่งที่มีอยู่มาดัดแปลงเป็นโครงสร้างบ้าน เช่น นำตู้มากันเป็นที่สำหรับแต่งตัว หรือทำมูลี่ ฉาก ต่างๆ มากัน ให้ดูมีมิติ น่าสนใจมากขึ้น
5.ข้อสุดท้ายนี้สำคัญมากค่ะ เลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งบ้านตอนช่วงลดราคาค่ะ กระเป๋าแฟบน้อยหน่อย

คุณสาวๆ ลองเลือกไปทำกันดูสักสองสามวิธีนะค่ะ จะได้มีห้องใหม่แบบสบายกระเป๋า หรือเผลอๆอาจจะมีไอเดียใหม่ๆมาเพิ่มเติมให้ห้องคุณ เก๋เด็ดไม่เหมือนใครอีกด้วย ……

 

ขอขอบคุณบทความจาก sanook.com

การเลือกม่านสำหรับห้องทำงาน

การหาม่านมาติดสำหรับห้องทำงานแล้วไม่ว่าจะเป็นห้องทำงานในบ้านหรือห้องทำงานในที่ทำงานจริงๆ เราก็ควรใส่ใจในการเลือกม่านสำหรับป้องกันแสงแดด เพราะการติดผ้าม่านในห้องทำงานก็มีผลต่อความรู้สึกที่ทำให้อยากทำงานได้เช่นกัน และการเลือกก็ควรต้องเลือกให้เข้ากับบรรยากาศและความชอบของเจ้าของห้องด้วย เพราะว่าผ้าม่านจะช่วยในเรื่องของการกรองแสงที่จะเข้ามาในห้องได้ เพราะหากทึบเกินไปก็ไม่ดีอาจจะทำให้ง่วงได้ สว่างเกินไปก็ไม่ดีเพราะจะทำให้รู้สึกร้อนไม่มีสมาธิเช่นกัน และผ้าม่านนั้นยังช่วยในเรื่องบังสายตา เพราะหากต้องการความเป็นส่วนตัวและมีสมาธิในการทำงานมากขึ้นผ้าม่านก็ช่วยได้มากทีเดียว เพราะจะทำให้เรามีพื้นที่ส่วนตัวในห้องทำงานของคุณเอง เรามาดูกันว่าผ้าม่านแบบไหนเหมาะกับห้องทำงานที่สุดที่จะทำให้รู้สึกดีกันคะ แต่โดยปกตินั้นหากเป็นห้องทำงานที่ในบ้านส่วนใหญ่จะทำเป็นผ้าม่านจีบ ม่านตาไก่แบบธรรมดา

ผ้าม่านห้องทำงาน c3360b

ผ้าม่านจีบในห้องทำงานในบ้านพักอาศัย

รูปแบบม่านที่แนะนำสำหรับห้องทำงานจะเป็นม่านแบบที่ใช้วัสดุสังเคราะห์เช่น มู่ลี่ หรือ ม่านปรับแสง เพราะม่านแบบนี้มีรูปแบบการทำงานที่มากกว่าม่านที่เป็นผ้า คือนอกจากจะเปิด-ปิดได้แบบม่านอื่นๆได้แล้วนั้น ยังสามารถปรับระดับความเฉียงของใบม่านได้เพื่อกำหนดระดับของแสงที่ลอดเข้ามาในห้องทำงานของคุณได้ มู่ลี่ มีวัสดุให้เลือกอยู่ด้วยกัน 2 ตัว คือเป็น อลูมิเนียมและเป็นไม้ และนอกจากม่านแบบมู่ลี่แล้วอีกม่านที่แนะนำสำหรับท่านที่ต้องการความเรียบง่ายสั้นคือ ม่านม้วน ม่านชนิดนี้โดดเด่นที่ความเรียบหรูและยังดูสวยงามอีกด้วย ใช้งานได้ง่ายไม่ซับซ้อน มีการทำงานเพียงฟังก์ชันเดียวคือเปิดกับปิด นิยมใช้กันมากตามอาคารสำนักงานหรือโรงแรมบางโรงแรมก็ยังใช้ และในปัจจุบันนี้ความนิยมมาใช้ในบ้านก็มีมากขึ้นเหมือนกัน

มู่ลี่สำหรับห้องทำงาน

มู่ลี่เป็นม่านที่นิยมใช้ในออฟฟิตมากที่สุด

ม่านปรับแสงภายในห้องทำงาน

ม่านปรับแสงเป็นม่านอีกชนิดที่นิยมไม่แพ้มู่ลี่

ม่านม้วน roll2755b

ใช้ม่านม้วนป้องกันแสงแดดในที่ทำงาน

สำหรับห้องทำงานแล้วถือว่าสำคัญมากเรื่องการตกแต่ง ตามคำแนะนำข้างต้นน่าจะช่วยในเรื่องการตกแต่งห้องทำงานของคุณให้น่านั่งมากขึ้นได้นะคะที่สำคัญก็อย่าลืมนึกถึงงบประมาณที่มีและความชอบของเจ้าของห้องเป็นสำคัญด้วยคะ

บทความโดย: http://www.pamanthai.com

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.