การเลือกใช้สีในการแต่งห้อง

สีมีอยู่มากมายหลากหลายให้เราเลือกใช้ หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่าควรตกแต่งห้องของตัวเองไม่ว่าจะเป็นห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น หรือ ห้องนอน ด้วยสีอะไร หรือยังไม่รู้ว่าสีโปรดที่คุณชอบ ควรจับคู่กับสีไหน เลือกใช้ผ้าม่านสีอะไรเพื่อให้ห้องออกมาดูดี วันนี้เราจึงนำเอาเทคนิคในการแต่งห้องสีต่าง ๆ และบรรยากาศที่จะได้จากการใช้สีนั้น ๆ มาฝากกันค่ะ

3630s

  1. สีเบจ

สีเบจนั้นเป็นสีที่ให้ความรู้สึกสุขุมเป็นผู้ใหญ่และหรูหรามีระดับในเวลา เดียวกัน เพราะฉะนั้นเราจึงควรจับคู่ด้วยสีเรียบ ๆ เช่น สีดำ สีขาว สีเทา และสีน้ำตาล เพื่อให้ห้องคงความเรียบหรูเอาไว้ อย่างไรก็ตาม ห้องสีนี้เหมาะกับการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นมากที่สุด ด้วยการเน้นเฟอร์นิเจอร์ทรงเหลี่ยมไม่มีลวดลายเข้าไว้ นอกจากนี้ หากกลัวว่าห้องจะดูขรึมเกินไป คุณสามารถนำของตกแต่งชิ้นเล็ก ๆ จำพวกรูปวาดหรือตุ๊กตาสีสด ๆ มาประดับ เพื่อให้ห้องดูสดใสมีชีวิตชีวามากขึ้นก็ได้

1188s.jpg

2. สีเขียว

ว่ากันว่าสีเขียวเป็นสีที่ดูแล้วสบายตาที่สุด ดังนั้นจึงเป็นสีที่เหมาะกับการใช้แต่งห้องนั่งเล่นมาก เพราะจะช่วยให้ห้องดูสดชื่นและมีบรรยากาศผ่อนคลายน่าพักผ่อนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ห้องนั่งเล่นของคุณดูใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น ควรเน้นเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ในการตกแต่ง และประดับห้องด้วยแจกันดอกไม้ด้วย

2589s.jpg

3. สีเหลือง

สีที่ดูสะดุดตาอย่างสีเหลืองจะทำให้ห้องดูสว่างสดใสมีชีวิตชีวามากขึ้น ห้องนั่งเล่นที่ได้รับแสงแดดค่อนข้างน้อย จึงเหมาะกับการตกแต่งสีนี้มาก ห้องจะได้ดูสดใสไม่มืดทึบ อย่างไรก็ตาม หากคุณอยากให้ห้องนั่งเล่นดูมีสีสันและเสน่ห์แบบย้อนยุคนิด ๆ สไตล์เรโทร ก็ควรจับคู่กับสีที่ตัดกันอย่างสีม่วงเข้ม แต่ถ้าต้องการให้ห้องดูเรียบง่าย ก็ควรจับคู่กับสีขาวและสีน้ำตาล

4. สีฟ้า

หากคุณกำลังมองหาห้องที่ดูสบายตาเหมาะกับการพักผ่อน และสดใสมีชีวิตชีวาในเวลาเดียวกัน คุณควรจะแต่งห้องนั่งเล่นของคุณด้วยสีฟ้า อย่างไรก็ดี ถ้าคุณต้องการเน้นความสดใสให้กับห้อง ควรทาห้องด้วยสีฟ้าเข้ม แล้วจับคู่กับสีสด ๆ เช่น สีแดงหรือสีเหลือง แต่ถ้าคุณอยากได้ห้องที่ดูนุ่มนวลอ่อนโยน ควรใช้สีฟ้าอ่อน และแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีขาวเป็นหลัก

0737s

5. สีน้ำตาล

สีน้ำตาลเป็นสีที่ช่วยให้ห้องนั่งเล่นของคุณดูอบอุ่นและได้บรรยากาศแบบย้อน ยุคมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรเน้นของตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้เป็นหลัก เพื่อให้ห้องดูกลมกลืนเป็นธรรมชาติมากขึ้น และควรใช้จับคู่กับสีขาวหรือสีเขียมเข้ม

6. สีแดง

ห้องของคุณจะมีเสน่ห์แบบโรแมนติกและดูมีพลังมากขึ้นทันที หากคุณเลือกใช้สีแดงในการแต่งห้อง อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้สีแดงทาทั้งห้อง ควรใช้ทาผนังแค่เพียง 2 ฝั่งหรือฝั่งเดียวก็พอ และค่อยทาด้านที่เหลือด้วยสีที่สว่างกว่า เช่นสีขาวหรือสีครีม เพื่อให้ห้องดูไม่ร้อนแรงจนเสียบรรยากาศในการพักผ่อนไป ทั้งนี้ สีที่เข้ากันได้ดีกับสีแดงได้แก่ สีขาว สีฟ้า และสีทอง

2671s

7. สีเทา

สีเทาเป็นสีที่เหมาะกับการตกแต่งแนวโมเดิร์นมาก เพราะเป็นสีที่ให้ความรู้สึกเรียบขรึมเป็นผู้ใหญ่ นอกจากนี้ ยังสามารถเข้ากันได้กับทุกสี คุณจึงสามารถนำไปแมทช์กับเฟอร์นิเจอร์สีใดก็ได้ อย่างไรก็ตาม ควรกำหนดสีหลักของเฟอร์นิเจอร์เอาไว้ด้วย เพื่อไม่ให้ห้องดูหลากสี จนเลอะเทอะหาสไตล์ที่ชัดเจนไม่ได้

8. สีส้ม

ห้องนั่งเล่นของคุณสามารถดูร่าเริงสนุกสนานและอบอุ่นได้ในเวลาเดียวกัน ด้วยการใช้สีส้มตกแต่งห้อง อย่างไรก็ตาม หากต้องการให้ห้องดูเป็นผู้ใหญ่ ก็ควรใช้คู่กับสีน้ำตาล ในขณะเดียวกัน ถ้าอยากให้ห้องดูสดใสมากขึ้น ควรจับคู่กับ สีม่วงเข้ม สีบานเย็น หรือสีฟ้าเทอร์ควอยซ์

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก กระปุกดอทคอม

ความเข้าใจเรื่องสีผ้าม่าน

หลายท่านมีความเข้าใจว่าหากห้องที่เราต้องการติดผ้าม่านหากมีแสงแดดส่องเข้ามาแรงการเลือกใช้ผ้าม่าน ก็ต้องเลือกผ้าที่มีสีเข้ม ซึ่งก็เป็นความเข้าใจที่ไม่ผิดนัก แต่การเลือกสีผ้าม่านโดยที่เน้นสีเข้มๆเนื่องจากคิดว่าจะช่วยกรองแสงได้ดี กว่าสีอ่อนบางทีสีเข้มทีเลือกมาก็อาจไม่เข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้านหรือ เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน จนทำให้ภาพรวมของบรรยากาศในห้องดูแปลกไปเพราะโทนสีไม่ไปด้วยกัน

2661

การเลือกสีผ้าม่านเพื่อให้กลมกลืนกับการแต่งห้อง

และบ้างก็คิดว่าผ้าม่านสีเข้มจะเก่าช้ากว่าสีผ้าม่านที่เป็นโทนอ่อน แต่เอาเข้าจริงๆจากข้อมูลแล้ว ทั้งเรื่องของการซีดของสีและความเก่าของม่านนั้นจะขึ้นอยู่ที่เนื้อผ้ามากกว่า ส่วนในของการป้องกันแสงแดดถ้าเป็นผ้าม่านทึบแสงก็จะกันแสงเข้ามาได้ดีกว่า เนื้อผ้าโดยทั่วไปอยู่แล้ว ดังนั้นเวลาเลือกซื้อผ้าม่านก็เลือกสีที่เข้ากับการตกแต่งห้องจะเข้มหรือ อ่อนถ้าเป็นม่านทึบแสงก็ใช้บังแสงได้ดีเช่นเดียวกัน

1521

ผ้าม่านแบบพับติดตั้งคู่กับผ้าโปร่งเพื่อกรองแสงภายในห้อง

นอกจากนั้นวิธีการทอผ้าม่านและคุณภาพของผ้าก็มีส่วนช่วยบังแสงได้ด้วยโดยถ้า เป็นผ้าม่านที่มีเนื้อแน่นจะมีส่วนช่วยให้กรองแสงได้ดีเก่าช้าและป้องกันแสง ได้ดี ฉะนั้นแล้วหากจะสั่งตัดม่านมาติดที่บ้านก็หมดกังวลเรื่องของสีได้เลย แต่ควรเน้นเรื่องสีและชนิดของเนื้อผ้าแทน เช่นหากห้องที่ต้องการติดผ้าม่านอยู่ในทิศตะวันตกซึ่งแดดแรงมากและต้องการ ใช้ผ้าสีโทนอ่อนเพราะต้องการบรรยากาศที่ดูกว้าง ก็สามารถเลือกใช้ผ้าม่านที่มีสีอ่อนแต่เป็นชนิดทึบแสงมาใช้ได้เหมือนกัน แล้วคุณจะได้ผ้าม่านที่สีเข้ากับบ้านและมีคุณภาพตามที่คุณต้องการ

บทความและภาพประกอบ : www.ร้านขายผ้าม่าน.com/articles/ความเข้าใจเรื่องสีผ้าม่าน.html

เลือกผ้าม่านอย่างไรให้เข้ากับวอลเปเปอร์และโทนสีของห้อง

สำหรับการออกแบบตกแต่งภายในของบ้านนั้นมีความสำคัญ การออกแบบที่ดีย่อมเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง การสร้างความเป็นเอกภาพของสีสันภายในบ้าน ความเป็นหนึ่งเดียว ไม่แตกแยกขององค์ประกอบ การเลือกผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงสีผนัง และเครื่องใช้อื่นๆให้มีลวดลายและสีสันที่มีการผสมผสานกันอย่างลงตัว ซึ่งจะช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านมีความสอคล้องและกลมกลืนกัน ทำให้ห้องที่ผ่านการออกแบบมาอย่างดีแล้วย่อมน่ามองมากกว่าการตกแต่งห้องที่ไม่ได้คำนึงถึงรูปแบบมาก่อน

สีสันของผ้าม่าน

สีสันของผ้าม่าน

ในการเลือกรูปแบบของตัวผ้าม่านให้เข้ากับผนังห้องก็เช่นเดียวกัน การเปลี่ยนผนังห้องสีเรียบๆที่แสนจะน่าเบื่อให้กลายเป็นผนังที่มีสีสันเพิ่มมากขึ้นนั้น สามารถที่จะใช้วิธีทาสีหรือการใช้วอลเปเปอร์ สำหรับติดผนังก็ได้ แต่ในปัจจุบันการติด วอลเปเปอร์ นั้นมีความนิยมมากกว่าการทาสี เนื่องจากง่ายต่อการติดตั้ง ไม่เลอะเทอะ และไม่ต้องรอแห้ง แถมยังสามารถเลือกลวดลายได้หลากหลายมากกว่าการทาสี และเมื่อต้องการเปลี่ยนลวดลายอีกครั้งหนึ่งก็เพียงแค่ลอกแผ่นเก่าออกและติดตั้งแผ่นใหม่เข้าไปแทนที่ได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึงมีคุณสมบัติที่สามารถกันเสียง และปกปิดร่องรอยของผนังที่ไม่เรียบร้อยได้ดีกว่าการทาสี ทำให้ วอลเปเปอร์ เป็นหนึ่งในทางเลือกที่เหมาะสมในการใช้ทดแทนการทาสีได้เป็นอย่างดี

และสำหรับบ้านที่ต้องการตกแต่งผ้าม่านเข้าไปด้วย อาจจะไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะต้องเลือกผ้าม่านแบบไหนจึงจะสามารถเข้ากันได้กับตัวห้องดี ดังนั้นหลักในการเลือกผ้าม่านให้เข้ากับตัวห้องจำเป็นจะต้องคำนึงถึงส่วนของวอลเปเปอร์ด้วย ซึ่งจะเห็นว่าเป็นโทนสีหลักของตัวห้อง จากนั้นให้มองสภาพโดยรวมของห้องว่ามีโทนสีที่ออกไปในทิศทางไหน เป็นตัวประกอบในการตัดสินใจเลือกซื้อผ้าม่าน

ผ้าม่านสีโทนเข้มตัดกับผนังสีโทนอ่อน

ผ้าม่านสีโทนเข้มตัดกับผนังสีโทนอ่อน

แต่ทว่ากฎตายตัวในการเลือกผ้าม่านที่เหมาะสมนั้นย่อมไม่มี เนื่องจากต้องขึ้นอยู่กับความพอใจของเจ้าของบ้านเองด้วย แต่โดยหลักทั่วไปแล้วหากต้องการความสมบูรณ์แบบในการแต่งบ้าน ก็ต้องมีปัจจัยที่กล่าวมาอย่างการเลือกโทนสีที่สอดคล้องกันให้มากที่สุด อย่างเช่นห้องที่ต้องการบรรยากาศในสไตล์โมเดิร์นทันสมัย เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งอื่นๆมีความทันสมัย รวมไปถึงตัววอลเปเปอร์ที่มีความเรียบหรูอยู่ในตัว การเลือกสีของผ้าม่านจึงต้องเลือกโทนสีที่เรียบง่ายหรือคลาสสิค หากวอลเปเปอร์ ของผนังมีสีอ่อน ก็ควรที่จะเลือกใช้ผ้าม่านที่มีสีเข้มเพื่อการตัดกัน แต่หาก วอลเปเปอร์ มีสีเข้ม ก็ควรใช้ผ้าม่านสีอ่อน ทำให้ห้องไม่ดูเอนเอียงไปสีสีหนึ่งมากจนเกินไป หากวอลเปเปอร์ของห้องและเฟอร์นิเจอโดยรวม มีลวดลาย อาทิเช่น ลายแพทเทิร์นดอกไม้ขนาดเล็ก การเลือกใช้ผ้าม่านอาจจะเลือกใช้ผ้าม่านที่มีลายสีที่สลับกันในแนวยาวในการตกแต่งห้อง เพื่อช่วยลความเด่นของลาย วอลเปเปอร์ ไม่ให้ดูเด่นมากจนเกินไป หรือหากตัวสีผนังมีโทนสีไปในทางสว่าง การเลือกใช้ผ้าม่านก็อาจจะเป็นโทนเย็นเพื่อให้ห้องดูนุ่มนวลและสบายตา

ผ้าม่านสีโทนเย็นช่วยให้บรรยากาศของห้องดูนุ่มนวลและสบายตา

ผ้าม่านสีโทนเย็นช่วยให้บรรยากาศของห้องดูนุ่มนวลและสบายตา

จะเห็นว่าการตกแต่งด้วยผ้าม่านนั้นมีความสำคัญ หากต้องการความสมบูรณ์แบบให้เกิดขึ้นภายในตัวบ้านแล้วละก็ สไตล์และการออกแบบจึงไม่มีกฎตายตัว มีการออกแบบที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงความพอใจของเจ้าของบ้านเป็นหัวใจหลักสำคัญด้วยเช่นเดียวกัน

บทความและภาพประกอบโดย ร้านผ้าม่านไทย

http://www.pamanthai.com/article/เลือกผ้าม่านอย่างไรให้เข้ากับวอลเปเปอร์และโทนสีของห้อง.php

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับผ้าม่าน

ในการจะทำผ้าม่านมีเกร็ดน่ารู้เล็กน้อยที่ช่วยให้การตกแต่งบ้านด้วยผ้าม่านออกมาดูดีได้แก่

การเลือกสีผ้าม่าน การจะเลือกผ้าม่านสีอะไรนั้นสำคัญเลยก็ต้องตามใจเจ้าของบ้านหรือเจ้าของห้อง นั้นว่าชอบสีอะไร ส่วนสีที่จะทำให้ห้องดูสว่างนั้นจะเป็นสีในโทนสีอ่อนเพราะว่าจะสะท้อนแสงได้ ดีและยังตัดกับสีของเฟอร์นิเจอร์หรือของแต่งห้องสิ่งอื่นๆ ทำให้ตัวผ้านั้นดูโดดเด่นขึ้นมาี ส่วนผ้าม่านที่จะให้ความรู้สึกอบอุ่นนั้นจะเป็นสีแนวเอิร์ธโทน (สีโทนน้ำตาล) จะทำให้ดูสบายตา รู้สึกสบายๆเป็นกันเอง และจะทำให้คุณแต่งบ้านหรือห้องของคุณได้ง่ายขึ้น

สีผ้าม่านโทนอ่อน

สีผ้าม่านโทนอ่อน

ประโยชน์ของผ้าโปร่ง ในเรื่องของการกรองแสงที่ส่องเข้ามาภายในนั้น ผ้าม่านชนิดโปร่งจะช่วยตรงนี้ได้ดี และมีข้อดีคือยังไม่บดบังทัศนะวิสัยสวยๆงามๆภายนอกอีกด้วย โดยผ้าโปร่งมีลักษณะเด่นคือสามารถมองทะลุออกไปภายนอกได้็และช่วยเรื่องการ กรองแสงช่วยให้บรรยากาศในบ้านหรือในห้องดูนุ่มนวล

ผ้าโปร่งช่วยกรองแสง

ผ้าโปร่งช่วยกรองแสง

เนื้อผ้าชนิดทึบแสง หากใช้ผ้าทึบแสงหรือผ้ากันแสงจะช่วยทำให้ห้องดูมืด และ่จะช่วยกันแสงไม่ให้ปลุกคุณในตอนเช้าสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อน และยังมีส่วนช่วยป้องการความร้อนที่มาจากแสงแดดได้ แต่บางทีการจะเลือกผ้าทึบแสงอาจทำให้ห้องดูอึดอัดเนื่องจากไม่มีแสงส่องเข้า มา เพราะฉะนั้นการเลือกผ้าม่านก็ควรเลือกให้ดีว่าต้องการเนื้อผ้าแบบใด

ผ้าม่านชนิดทึบแสง

ผ้าม่านชนิดทึบแสง

การเลือกแบบผ้าม่าน โดยทั้วไปแบบผ้าม่านในท้องตลาดที่นิยมใช้กันจะมีอยู่ไม่กี่แบบซึ่งโดยทั่วไป ที่เลือกใช้กันจะเป็น ม่านจีบ ม่านพับ ม่านตอกตาไก่ ม่านลอน ม่านหลุยส์ ม่านคอกระเช้า สามารถเลือกได้ตามความชอบของคุณ แต่แบบที่แนะนำจะเป็นผ้าม่านแบบจีบเนื่องจากดูแลรักษาได้ง่ายกว่าม่านชนิด อื่นๆ สามารถเลือกรางสำหรับแขวนม่านได้2ระบบคือรางแบบลูกล้อและราวโชว์ ซึ่งรางแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเด่นต่างกันดังที่กล่าวไว้แล้วในบนความก่อนหน้า นี้ แต่ในผ้าม่านชนิดอื่นเช่นม่านตอกตาไก่หรือม่านคอกระเช้าจะเลือกใช้ได้แค่ เฉพาะรางโชว์ซึ่งในความเป็นจริงการใช้งานทำได้ไม่สะดวกนักเมื่อเทียบกับราง ระบบลูกล้ออย่างเช่นรางตัวเอ็ม

ผ้าม่านแบบจีบ

ผ้าม่านแบบจีบ

บทความโดย www.ร้านขายผ้าม่าน.com

เคล็ด(ไม่)ลับในการดูแลรักษาพื้นไม้

วัสดุที่นิยมนำมาใช้สร้างบ้านหรือตกแต่งบ้านเป็นอันดับหนึ่งก็คงจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ใช่แล้วครับนั่นคือ ไม้ นั่นเอง
ไม่ว่าจะนำไม้มาใช้ทำเป็น ผนัง หรือ โต๊ะ ตู้ ราวผ้าม่าน หรือ มู่ลี่ ก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยทำให้การตกแต่งภายในสวยงามและดูเป็นธรรมชาติ แต่สำหรับพื้นไม้นั้นก็มีอยู่หลากหลายประเภทการดูแลรักษาก็แตกต่างกันไปเรามาดูกันว่าจะมีวิธีการดูแลรักษาพื้นไม้อย่างไรให้อยู่คงทน

พื้นไม้

พื้นไม้

มู่ลี่ไม้

มู่ลี่บางชนิดก็ผลิตจากไม้แท้

การทำความสะอาด

ทำความสะอาดเป็นประจำ โดยการดูดฝุ่น, กวาด หรือเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ แต่หากมีรอยคราบหรือรอยเปื้อนต่างๆ เพื่อนๆควรรีบเช็ดออกทักทีคะ หากปล่อยคราบเหล่านั้นทิ้งไว้นานพื้นห้องของเพื่อนๆอาจหมดความสวยไปเลยก็ เป็นได้

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาด

สมัยนี้มีผลิตภัณฑ์สำหรับ การทำความสะอาดมีออกมามากมายคะ แถมยังแยกชนิดการทำความสะอาดไว้อีกด้วย แต่สำหรับเพื่อนๆที่พอมีเวลาก็อาจจะใช้เคล็บ(ไม่)ลับอย่าง การทำความสะอาดพื้นด้วยน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำมันมะกอกคะ จะทำให้พื้นของเพื่อนๆมันวาวเหมือนใหม่อยู่เสมอ วิธีนี้แอบเก๋ไม่เบาเลยนะคะ

หลีกเลี่ยงความชื้น

อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วละคะว่าพื้นไม้นั้น ไม่ถูกกับความชื้นเอาซะเลย หากเพื่อนๆปล่อยให้พื้นห้องของเพื่อนๆมีความชื้นอยู่มากๆแล้วละก็เหล่าเชื้อ ราได้มาเยี่ยมบ้านแน่นอนคะ เคล็บลับง่ายๆเลยแค่หากพื้นห้องของเพื่อนๆมีรอบคราบ หรือรอยน้ำ เพื่อนๆต้องรีบจัดคราบคราวเหล่านั้นออกไปโดยด่วนเลยคะ ไม่เช่นนั้นรอยคราบทั้งหลายอาจฝังลึกลงไปบนพื้นไม้ของเพื่อนๆ และอาจจะยากต่อการทำความสะอาดอีกด้วยคะ

ความร้อนจากแสงแดด

ความร้อนที่มากับแสงแดดแรงในยามบ่ายมีส่วนอย่างมากที่จะทำให้พื้นไม้ของเราซีดจางแลดูไม่สวยงามได้ แะนั้นควรหาผ้าม่านมาบังแดดบริเวณหน้าต่างหรือบริเวณช่องกระจกที่แดดส่องถึงเพื่อป้องกันความร้อนจากแสงแดดเข้ามาทำลายเนื้อไม้ หรือหากเป็นห้องที่ยังไม่เข้าอยู่ยังไม่สามารถหาผ้าม่านได้ก็สามารถใช้กระดาษปิดบริเวณกระจกเพื่อป้องกันแสงชั่วคราวได้

เคล็บลับง่ายๆเพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้พื้นไม้ของเพื่อนๆยังคงสภาพการ ใช้งานและคุณภาพที่ดีอยู่เสมอคะ ต้องขอบอกไว้เลยว่าพื้นไม้นั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งบ้านและคอนโดนะคะ ถือได้ว่าเป็นองค์ประกอบอีกหนึ่งอย่างที่มีความสำคัญคะ

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก : thaihomeonline.com