ทิปการเลือกใช้ม่านสำหรับห้องทำงาน

แบบของม่านที่มีจำหน่ายในท้องตลาดมีให้เลือกมากมายในการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับบรรยากาศในห้องทำงานมีส่วนช่วยให้ความรู้สึกของผู้ที่ทำงานให้อยากทำงานได้ด้วย เหตุผลหลักๆจะเป็นเรื่องของปริมาณแสงที่ส่องผ่านมาทางหน้าต่างนั่นเอง เนื่องด้วยวัสดุที่ใช้ในการป้องกันแสงหรือกรองแสงก่อนผ่านมายังห้องคือผ้าม่าน หากเราเลือกผ้าม่านที่่ทึบเกินไปอาจส่งผลให้เราง่วงได้ หรือ ถ้าเลือกผ้าที่ให้แสงผ่านได้มากเกินไปก็อาจส่งผลในเรื่องสมาธิในการทำงานได้

แล้วม่านชนิดไหนละที่เหมาะสมสำหรับใช้กับห้องทำงานของเรา
หากเป็นห้องทำงานภายในออฟฟิตการเลือกใช้ชนิดม่านที่ดูแลรักษาง่ายอย่างเช่น ม่านม้วน มู่ลี่ ม่านปรับแสงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเพราะวัตถุดิบที่ใช้ผลิตม่านพวกนี้จะ เป็นใยสังเคราะห์หรืออลูมิเนียม อีกทั้งยังสามารถปรับระดับของแสงสว่างให้เข้ามาภายในห้องได้ตามต้องการในยามที่ต้องการแสงจากภายนอกหรือในยามที่ต้องการความเป็นส่วนตัวได้ม่านชนินนี้ได้แก่ มู่ลี่และม่านปรับแสง

vn5479b

มู่ลี่เป็นม่านรูปแบบที่นิยมใช้ในห้องทำงานหรือofficeมากชนิดหนึ่ง ตามรูปเป็นมู่ลี่ไม้สีขาวขนาดใบ50มม.

vb6200b

ม่านปรับแสงเป็นอีกชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กันเนื่อจากราคาไม่แพงและสามารถปรับมุมในการรับแสงได้ตามต้องการ

สำหรับห้องทำงานที่อยู่ภายในบ้านอาจเลือกใช้เป็นผ้าม่านชนิด ต่างๆเช่นผ้าม่านแบบจีบ ผ้าม่านพับ ผ้าม่านตอกตาไก่ โดยอาจจะเลือกสีของผ้าม่านและแบบให้เข้ากันกับห้องอื่นๆในตัวบ้าน ถ้าหากไม่ชอบม่านที่ทำมาจากผ้าก็สามารถที่จะเลือกใช้เป็นม่านม้วนหรือปรับ แสงที่ผลิตจากใยสังเคราะห์ หรือถ้ามีงบประมาณมู่ลี่ไม้ก็เป็นทางเลือกที่ีน่าสนใจเช่นกัน เนื่องจากไม่ต้องดูแลรักษามากกินฝุ่นน้อยโดยเฉพาะในส่วนของม่านม้วนที่ได้ รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

roll4350b

ม่านม้วนแบบซันสกรีนนิยมใช้ในห้องทำงาน

ในการตกแต่งห้องทำงานโดยมากจะเน้นความคล่องตัวในการใช้งานไม่ เกะกะ สำหรับคำแนะนำบางส่วนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นหวังว่าจะเป็น ประโยชน์และมีส่วนช่วยให้การเลือกม่านมาใช้ให้เหมาะสมช่วยเสริมให้บรรยากาศ ในห้องทำงานให้ทำงานได้ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ

บทความโดย : ผ้าม่านไทย http://www.pamanthai.com

ไอเดียร์ติดม่านชั้นที่2(ในจุดเดียวกัน)

การตกแต่งห้องด้วยผ้าม่านนั้น จะสังเกตเห็นว่าบางสถานที่มีการใช้ผ้าม่านในการตกแต่งตามส่วนต่างๆของห้อง ไม่เฉพาะแค่บริเวณหน้าต่างเท่านั้น ยังรวมไปถึงบริเวณโดยรอบของห้อง อาทิเช่น ห้องที่มีส่วนของผนังเป็นกระจก จะมีการตกแต่งผ้าม่านประดับเอาไว้ เพื่อช่วยเสริมบรรยากาศของห้องไม่ให้ดูโล่งหรือเรียบจนดูน่าเบื่อมากเกินไป บางสถานที่ก็มีการประดับผ้าม่านเอาไว้ตามบานประตู โดยเฉพาะประตูที่มีขนาดใหญ่ อย่างห้องโถง เพื่อเพิ่มความหรูหราให้กับตัวห้องนั้นๆ นอกจากนั้นแล้วการติดตั้งผ้าม่านมากกว่า1ชั้นโดยส่วนมากมักจะเป็นผ้าโปร่ง หรือ บางท่านอาจใช้เป็นมู่ลี่หรือม่านม้วนในการตกแต่งเพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการใช้งาน

1411

ผ้าม่านทึบแสงแบบ2ชั้นชุดใหญ่โชว์ความสวยงามบริเวณเชิงบันได

ปัจจัยที่ใช้ในการเลือกจำนวนชั้นของผ้าม่านนั้นจุดแรกที่ต้องคำนึงถึงนั้นก็คือค่าใช้จ่าย งบประมาณของเราว่ามีมากน้อยแค่ไหน เพราะเมื่อจำนวนชั้นของผ้าม่านเพิ่มมากขึ้นนั้นก็หมายถึงราคาที่ต้องจ่ายที่สูงตามขึ้นไปด้วย ต่อมาก็คือรูปแบบในการใช้งานของตัวผ้าม่าน ต้องคำนึงด้วยว่าต้องการติดตั้งผ้าม่านเพื่อจุดประสงค์ใดเป็นหลัก ใช้ในการบังแสงแดด ต้องการปรับแสงภายในห้อง ต้องการความเป็นสัดส่วนหรือความเป็นส่วนตัว หรือจะเป็นการใช้ในการตกแต่งเป็นหลัก เพื่อจะได้สามารถเลือกลักษณะของเนื้อผ้าม่านที่เหมาะสมได้อย่างถูกต้องกับวัตถุประสงค์ รวมไปถึงการคำนึงถึงความสวยงามและบรรยากาศที่ต้องการให้เกิดขึ้นภายในห้องนั้นๆ การเลือกผ้าม่านที่ถูกต้องจะช่วยสร้างมิติ ความหรูหรา และสีสันภายในห้องที่แตกต่างกันออกไป

c3549b

ผ้าม่านแบบไม่ทึบแสง(ติดชั้นเดียว)

 

c6508b

ผ้าม่านรางโชว์ชั้นเดียวแบบทึบแสง

ผ้าม่านแบบชั้นเดียวแบบทึบแสง การใช้ผ้าม่านประเภทนี้นั้นหมายถึง การใช้ผ้าม่านที่มีม่านแบบทึบเพียงชั้นเดียว ซึ่งเป็นม่านที่ใช้ในการจำกัดแสงภายนอกไม่ให้เล็ดลอดเข้ามา เหมาะกับห้องที่มีแสงส่องผ่านเข้ามามากๆ หรือห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงอย่างเช่นห้องนอน การใช้ผ้าม่านลักษณะนี้อาจจะใช้ม่านทึบแสงเพียงชั้นเดียว หรือสำหรับใครที่ต้องการความทึบเป็นพิเศษก็อาจจะมีการเพิ่มม่านซับหลัง(ผ้าฉาบปรอทหรือโฟม)เพิ่มขึ้นได้มาได้ แต่อาจต้องแลกมากับความไม่เป็นธรรมชาติของตัวม่านคือผ้าม่านจะมีลักษณะพองไม่เป็นระเบียบมากนัก

ม่านชั้นเดียวแบบโปร่งแสง ม่านที่นิยมจะใช้เป็นม่านม้วนชนิดซันสกรีน(Sunscreen)หรือเป็นผ้าม่านแบบโปร่ง(ผ้าโปร่ง) ม่านประเภทโปร่งแสงเหมาะสำหรับห้องที่แสงแดดและความร้อนไม่ส่องเข้ามาภายในห้องมากนัก และต้องการบรรยากาศของห้องที่มีความสว่าง แสงที่ส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาจะให้ความนุ่นนวล ต้องการเห็นวิวหรือบรรยากาศภายนอกตัวบ้านช่วยให้บรรยากาศภายในห้องโปร่งโล่ง ไม่อึดอัดและสบายตา

c0563b

ติดม่านแบบ2ชั้น(ผ้าทึบ+ผ้าโปร่ง) ในห้องนอน

ม่านแบบ 2 ชั้น ส่วนมากจะใช้ผ้าม่านชนิดทึบหรือผ้าธรรมดาซ้อนทับกันผ้าโปร่ง โดยมีม่านทึบอยู่ด้านในสุด(ด้านที่ใกล้ผู้อาศัย) ส่วนม่านโปร่งจะเย็บเอาไว้ด้านนอก(ด้านใกล้กับหน้าต่าง) หากต้องการแสงโดยก็สามารถเปิดเฉพาะม่านทึบออก ให้เหลือส่วนของม่านโปร่งที่ยังปิดอยู่ได้โดยที่ยังคงเป็นความส่วนตัวได้อยู่(ขึ้นกับชนิดของม่านโปร่งและแสงภายในห้องด้วย) ไม่เพียงแค่ผ้าม่านที่ใช้ติด2ชั้นเท่านั้น ม่านชนิดอื่นก็สามารถติดแบบ2ชั้นได้ เช่นการติดม่านม้วนแบบซันสกรีนคู่กับม่าม้วนแบบยอมให้แสงผ่านได้ หรือ การติดมู่ลี่ไม้คู่กับม่านม้วน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและไอเดียร์ในการตกแต่งห้องของผู้อาศัยเป็นสำคัญ

ดังนั้นการเลือกจำนวนชั้นของผ้าม่าน จะต้องคำนึงถึงการใช้งานของห้องนั้นๆให้เหมาะสม เพราะเพียงการตกแต่งผ้าม่านที่ถูกต้องนั้นจะช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องให้ดูน่าสนใจเพิ่มมากขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

บทความโดย http://www.ร้านขายผ้าม่าน.com/articles/ไอเดียร์ติดม่านชั้นที่2(ในจุดเดียวกัน).html

การเลือกใช้สีในการแต่งห้อง

สีมีอยู่มากมายหลากหลายให้เราเลือกใช้ หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่าควรตกแต่งห้องของตัวเองไม่ว่าจะเป็นห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น หรือ ห้องนอน ด้วยสีอะไร หรือยังไม่รู้ว่าสีโปรดที่คุณชอบ ควรจับคู่กับสีไหน เลือกใช้ผ้าม่านสีอะไรเพื่อให้ห้องออกมาดูดี วันนี้เราจึงนำเอาเทคนิคในการแต่งห้องสีต่าง ๆ และบรรยากาศที่จะได้จากการใช้สีนั้น ๆ มาฝากกันค่ะ

3630s

  1. สีเบจ

สีเบจนั้นเป็นสีที่ให้ความรู้สึกสุขุมเป็นผู้ใหญ่และหรูหรามีระดับในเวลา เดียวกัน เพราะฉะนั้นเราจึงควรจับคู่ด้วยสีเรียบ ๆ เช่น สีดำ สีขาว สีเทา และสีน้ำตาล เพื่อให้ห้องคงความเรียบหรูเอาไว้ อย่างไรก็ตาม ห้องสีนี้เหมาะกับการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นมากที่สุด ด้วยการเน้นเฟอร์นิเจอร์ทรงเหลี่ยมไม่มีลวดลายเข้าไว้ นอกจากนี้ หากกลัวว่าห้องจะดูขรึมเกินไป คุณสามารถนำของตกแต่งชิ้นเล็ก ๆ จำพวกรูปวาดหรือตุ๊กตาสีสด ๆ มาประดับ เพื่อให้ห้องดูสดใสมีชีวิตชีวามากขึ้นก็ได้

1188s.jpg

2. สีเขียว

ว่ากันว่าสีเขียวเป็นสีที่ดูแล้วสบายตาที่สุด ดังนั้นจึงเป็นสีที่เหมาะกับการใช้แต่งห้องนั่งเล่นมาก เพราะจะช่วยให้ห้องดูสดชื่นและมีบรรยากาศผ่อนคลายน่าพักผ่อนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ห้องนั่งเล่นของคุณดูใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น ควรเน้นเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ในการตกแต่ง และประดับห้องด้วยแจกันดอกไม้ด้วย

2589s.jpg

3. สีเหลือง

สีที่ดูสะดุดตาอย่างสีเหลืองจะทำให้ห้องดูสว่างสดใสมีชีวิตชีวามากขึ้น ห้องนั่งเล่นที่ได้รับแสงแดดค่อนข้างน้อย จึงเหมาะกับการตกแต่งสีนี้มาก ห้องจะได้ดูสดใสไม่มืดทึบ อย่างไรก็ตาม หากคุณอยากให้ห้องนั่งเล่นดูมีสีสันและเสน่ห์แบบย้อนยุคนิด ๆ สไตล์เรโทร ก็ควรจับคู่กับสีที่ตัดกันอย่างสีม่วงเข้ม แต่ถ้าต้องการให้ห้องดูเรียบง่าย ก็ควรจับคู่กับสีขาวและสีน้ำตาล

4. สีฟ้า

หากคุณกำลังมองหาห้องที่ดูสบายตาเหมาะกับการพักผ่อน และสดใสมีชีวิตชีวาในเวลาเดียวกัน คุณควรจะแต่งห้องนั่งเล่นของคุณด้วยสีฟ้า อย่างไรก็ดี ถ้าคุณต้องการเน้นความสดใสให้กับห้อง ควรทาห้องด้วยสีฟ้าเข้ม แล้วจับคู่กับสีสด ๆ เช่น สีแดงหรือสีเหลือง แต่ถ้าคุณอยากได้ห้องที่ดูนุ่มนวลอ่อนโยน ควรใช้สีฟ้าอ่อน และแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีขาวเป็นหลัก

0737s

5. สีน้ำตาล

สีน้ำตาลเป็นสีที่ช่วยให้ห้องนั่งเล่นของคุณดูอบอุ่นและได้บรรยากาศแบบย้อน ยุคมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรเน้นของตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้เป็นหลัก เพื่อให้ห้องดูกลมกลืนเป็นธรรมชาติมากขึ้น และควรใช้จับคู่กับสีขาวหรือสีเขียมเข้ม

6. สีแดง

ห้องของคุณจะมีเสน่ห์แบบโรแมนติกและดูมีพลังมากขึ้นทันที หากคุณเลือกใช้สีแดงในการแต่งห้อง อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้สีแดงทาทั้งห้อง ควรใช้ทาผนังแค่เพียง 2 ฝั่งหรือฝั่งเดียวก็พอ และค่อยทาด้านที่เหลือด้วยสีที่สว่างกว่า เช่นสีขาวหรือสีครีม เพื่อให้ห้องดูไม่ร้อนแรงจนเสียบรรยากาศในการพักผ่อนไป ทั้งนี้ สีที่เข้ากันได้ดีกับสีแดงได้แก่ สีขาว สีฟ้า และสีทอง

2671s

7. สีเทา

สีเทาเป็นสีที่เหมาะกับการตกแต่งแนวโมเดิร์นมาก เพราะเป็นสีที่ให้ความรู้สึกเรียบขรึมเป็นผู้ใหญ่ นอกจากนี้ ยังสามารถเข้ากันได้กับทุกสี คุณจึงสามารถนำไปแมทช์กับเฟอร์นิเจอร์สีใดก็ได้ อย่างไรก็ตาม ควรกำหนดสีหลักของเฟอร์นิเจอร์เอาไว้ด้วย เพื่อไม่ให้ห้องดูหลากสี จนเลอะเทอะหาสไตล์ที่ชัดเจนไม่ได้

8. สีส้ม

ห้องนั่งเล่นของคุณสามารถดูร่าเริงสนุกสนานและอบอุ่นได้ในเวลาเดียวกัน ด้วยการใช้สีส้มตกแต่งห้อง อย่างไรก็ตาม หากต้องการให้ห้องดูเป็นผู้ใหญ่ ก็ควรใช้คู่กับสีน้ำตาล ในขณะเดียวกัน ถ้าอยากให้ห้องดูสดใสมากขึ้น ควรจับคู่กับ สีม่วงเข้ม สีบานเย็น หรือสีฟ้าเทอร์ควอยซ์

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก กระปุกดอทคอม

ความเข้าใจเรื่องสีผ้าม่าน

หลายท่านมีความเข้าใจว่าหากห้องที่เราต้องการติดผ้าม่านหากมีแสงแดดส่องเข้ามาแรงการเลือกใช้ผ้าม่าน ก็ต้องเลือกผ้าที่มีสีเข้ม ซึ่งก็เป็นความเข้าใจที่ไม่ผิดนัก แต่การเลือกสีผ้าม่านโดยที่เน้นสีเข้มๆเนื่องจากคิดว่าจะช่วยกรองแสงได้ดี กว่าสีอ่อนบางทีสีเข้มทีเลือกมาก็อาจไม่เข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้านหรือ เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน จนทำให้ภาพรวมของบรรยากาศในห้องดูแปลกไปเพราะโทนสีไม่ไปด้วยกัน

2661

การเลือกสีผ้าม่านเพื่อให้กลมกลืนกับการแต่งห้อง

และบ้างก็คิดว่าผ้าม่านสีเข้มจะเก่าช้ากว่าสีผ้าม่านที่เป็นโทนอ่อน แต่เอาเข้าจริงๆจากข้อมูลแล้ว ทั้งเรื่องของการซีดของสีและความเก่าของม่านนั้นจะขึ้นอยู่ที่เนื้อผ้ามากกว่า ส่วนในของการป้องกันแสงแดดถ้าเป็นผ้าม่านทึบแสงก็จะกันแสงเข้ามาได้ดีกว่า เนื้อผ้าโดยทั่วไปอยู่แล้ว ดังนั้นเวลาเลือกซื้อผ้าม่านก็เลือกสีที่เข้ากับการตกแต่งห้องจะเข้มหรือ อ่อนถ้าเป็นม่านทึบแสงก็ใช้บังแสงได้ดีเช่นเดียวกัน

1521

ผ้าม่านแบบพับติดตั้งคู่กับผ้าโปร่งเพื่อกรองแสงภายในห้อง

นอกจากนั้นวิธีการทอผ้าม่านและคุณภาพของผ้าก็มีส่วนช่วยบังแสงได้ด้วยโดยถ้า เป็นผ้าม่านที่มีเนื้อแน่นจะมีส่วนช่วยให้กรองแสงได้ดีเก่าช้าและป้องกันแสง ได้ดี ฉะนั้นแล้วหากจะสั่งตัดม่านมาติดที่บ้านก็หมดกังวลเรื่องของสีได้เลย แต่ควรเน้นเรื่องสีและชนิดของเนื้อผ้าแทน เช่นหากห้องที่ต้องการติดผ้าม่านอยู่ในทิศตะวันตกซึ่งแดดแรงมากและต้องการ ใช้ผ้าสีโทนอ่อนเพราะต้องการบรรยากาศที่ดูกว้าง ก็สามารถเลือกใช้ผ้าม่านที่มีสีอ่อนแต่เป็นชนิดทึบแสงมาใช้ได้เหมือนกัน แล้วคุณจะได้ผ้าม่านที่สีเข้ากับบ้านและมีคุณภาพตามที่คุณต้องการ

บทความและภาพประกอบ : www.ร้านขายผ้าม่าน.com/articles/ความเข้าใจเรื่องสีผ้าม่าน.html

เลือกผ้าม่านอย่างไรให้เข้ากับวอลเปเปอร์และโทนสีของห้อง

สำหรับการออกแบบตกแต่งภายในของบ้านนั้นมีความสำคัญ การออกแบบที่ดีย่อมเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง การสร้างความเป็นเอกภาพของสีสันภายในบ้าน ความเป็นหนึ่งเดียว ไม่แตกแยกขององค์ประกอบ การเลือกผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงสีผนัง และเครื่องใช้อื่นๆให้มีลวดลายและสีสันที่มีการผสมผสานกันอย่างลงตัว ซึ่งจะช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านมีความสอคล้องและกลมกลืนกัน ทำให้ห้องที่ผ่านการออกแบบมาอย่างดีแล้วย่อมน่ามองมากกว่าการตกแต่งห้องที่ไม่ได้คำนึงถึงรูปแบบมาก่อน

สีสันของผ้าม่าน

สีสันของผ้าม่าน

ในการเลือกรูปแบบของตัวผ้าม่านให้เข้ากับผนังห้องก็เช่นเดียวกัน การเปลี่ยนผนังห้องสีเรียบๆที่แสนจะน่าเบื่อให้กลายเป็นผนังที่มีสีสันเพิ่มมากขึ้นนั้น สามารถที่จะใช้วิธีทาสีหรือการใช้วอลเปเปอร์ สำหรับติดผนังก็ได้ แต่ในปัจจุบันการติด วอลเปเปอร์ นั้นมีความนิยมมากกว่าการทาสี เนื่องจากง่ายต่อการติดตั้ง ไม่เลอะเทอะ และไม่ต้องรอแห้ง แถมยังสามารถเลือกลวดลายได้หลากหลายมากกว่าการทาสี และเมื่อต้องการเปลี่ยนลวดลายอีกครั้งหนึ่งก็เพียงแค่ลอกแผ่นเก่าออกและติดตั้งแผ่นใหม่เข้าไปแทนที่ได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึงมีคุณสมบัติที่สามารถกันเสียง และปกปิดร่องรอยของผนังที่ไม่เรียบร้อยได้ดีกว่าการทาสี ทำให้ วอลเปเปอร์ เป็นหนึ่งในทางเลือกที่เหมาะสมในการใช้ทดแทนการทาสีได้เป็นอย่างดี

และสำหรับบ้านที่ต้องการตกแต่งผ้าม่านเข้าไปด้วย อาจจะไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะต้องเลือกผ้าม่านแบบไหนจึงจะสามารถเข้ากันได้กับตัวห้องดี ดังนั้นหลักในการเลือกผ้าม่านให้เข้ากับตัวห้องจำเป็นจะต้องคำนึงถึงส่วนของวอลเปเปอร์ด้วย ซึ่งจะเห็นว่าเป็นโทนสีหลักของตัวห้อง จากนั้นให้มองสภาพโดยรวมของห้องว่ามีโทนสีที่ออกไปในทิศทางไหน เป็นตัวประกอบในการตัดสินใจเลือกซื้อผ้าม่าน

ผ้าม่านสีโทนเข้มตัดกับผนังสีโทนอ่อน

ผ้าม่านสีโทนเข้มตัดกับผนังสีโทนอ่อน

แต่ทว่ากฎตายตัวในการเลือกผ้าม่านที่เหมาะสมนั้นย่อมไม่มี เนื่องจากต้องขึ้นอยู่กับความพอใจของเจ้าของบ้านเองด้วย แต่โดยหลักทั่วไปแล้วหากต้องการความสมบูรณ์แบบในการแต่งบ้าน ก็ต้องมีปัจจัยที่กล่าวมาอย่างการเลือกโทนสีที่สอดคล้องกันให้มากที่สุด อย่างเช่นห้องที่ต้องการบรรยากาศในสไตล์โมเดิร์นทันสมัย เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งอื่นๆมีความทันสมัย รวมไปถึงตัววอลเปเปอร์ที่มีความเรียบหรูอยู่ในตัว การเลือกสีของผ้าม่านจึงต้องเลือกโทนสีที่เรียบง่ายหรือคลาสสิค หากวอลเปเปอร์ ของผนังมีสีอ่อน ก็ควรที่จะเลือกใช้ผ้าม่านที่มีสีเข้มเพื่อการตัดกัน แต่หาก วอลเปเปอร์ มีสีเข้ม ก็ควรใช้ผ้าม่านสีอ่อน ทำให้ห้องไม่ดูเอนเอียงไปสีสีหนึ่งมากจนเกินไป หากวอลเปเปอร์ของห้องและเฟอร์นิเจอโดยรวม มีลวดลาย อาทิเช่น ลายแพทเทิร์นดอกไม้ขนาดเล็ก การเลือกใช้ผ้าม่านอาจจะเลือกใช้ผ้าม่านที่มีลายสีที่สลับกันในแนวยาวในการตกแต่งห้อง เพื่อช่วยลความเด่นของลาย วอลเปเปอร์ ไม่ให้ดูเด่นมากจนเกินไป หรือหากตัวสีผนังมีโทนสีไปในทางสว่าง การเลือกใช้ผ้าม่านก็อาจจะเป็นโทนเย็นเพื่อให้ห้องดูนุ่มนวลและสบายตา

ผ้าม่านสีโทนเย็นช่วยให้บรรยากาศของห้องดูนุ่มนวลและสบายตา

ผ้าม่านสีโทนเย็นช่วยให้บรรยากาศของห้องดูนุ่มนวลและสบายตา

จะเห็นว่าการตกแต่งด้วยผ้าม่านนั้นมีความสำคัญ หากต้องการความสมบูรณ์แบบให้เกิดขึ้นภายในตัวบ้านแล้วละก็ สไตล์และการออกแบบจึงไม่มีกฎตายตัว มีการออกแบบที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงความพอใจของเจ้าของบ้านเป็นหัวใจหลักสำคัญด้วยเช่นเดียวกัน

บทความและภาพประกอบโดย ร้านผ้าม่านไทย

http://www.pamanthai.com/article/เลือกผ้าม่านอย่างไรให้เข้ากับวอลเปเปอร์และโทนสีของห้อง.php