แนะนำม่านสำหรับใช้ในคอนโด

ทุกวันนี้คอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะในทำเลที่ใกล้กับแนวรถไฟฟ้าหรือรถใต้ดินซึ่งก็มีแนวโน้มที่มีจำนวนสายมากขึ้นตามตัวขึ้นด้วยเช่นกัน ม่านสำหรับหน้าหรือประตูห้องภายในคอนโดซึ่งมีพื้นที่จำกัดก็เป็นสิ่งสำคัญหากเลือกม่านชนิดที่กินพื้นที่ในการติดตั้งน้อยอย่างเช่นม่านม้วนจะช่วยให้ห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่นักไม่ดูไม่อึดอัดได้ ประกอบกับการวิถีชีวิตที่รีบเร่งของคนเมืองการเลือกม่านที่ดูแลรักษาง่ายก็เป็นแนวทางในการเลือกใช้ม่านในปัจจุบัน

roll6091b

ม่านม้วนแบบทึบแสง(Blackout)ช่วยป้องกันแสงจากภายนอกได้มากกว่า90%

วิธีการที่ใช้ในการควบคุมแสงสว่างของห้องภายในคอนโดของผู้คนยุคสมัยนี้ที่ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบม่านม้วนจัดเป็นม่านรูปแบบหนึ่งที่เจ้าของห้องเลือกการใช้งานที่เน้นความเรียบง่ายมักเลือกใช้กัน ด้วยการใช้งานที่ง่ายไม่ซับซ้อนการเปิดปิดตัวม่านทำได้โดยใช้โซ่เพียงเส้นเดียว อีกทั้งใช้พื้นที่ในการติดน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับม่านชนิดอื่นๆ เหมาะกับการใช้งานสำหรับหน้างานที่มีพื้นที่จำกัดอย่างเช่นห้องในคอนโดมิเนียมซึ่งมีพื้นที่ในการตกแต่งในแนวตั้งมากว่าแนวนอน

ม่านม้วนแบบsunscreen

ม่านม้วนแบบซันสกรีน(Sunscreen)นิยมใช้ในห้องรับแขก

โดยชนิดของใบม่านม้วนนั้นมีให้เลือกใช้ถึง3ชนิดด้วยกัน ในการเลือกใช้แต่ละชนิดนั้นก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้พักอาศัยเป็นหลัก แต่โดยมากที่นิยมใช้กันจะเป็นชนิดทึบแสงเนื่องจากช่วยป้องกันได้ทั้งแสงแดดและความร้อนที่มากับแสงด้วยอีกทั้งผิวสัมผัสของม่านม้วนแบบทึบแสงมีลักษณะเป็นผิวมัน ทำให้การดูและรักษาทำได้ง่าย เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันที่หาเวลาในการทำความสะอาดม่านได้น้อย หากเลือกใช้ม่านม้วนชนิดทึบแสงที่มีผิวมันนี้ก็เรียกได้ว่าแทบจะไม่ต้องดูแลปัญหาเรื่องฝุ่นกันเลยทีเดียว ยิ่งหากเป็นห้องที่หน้าต่างหันไปทางทิศตะวันตกด้วยแล้วม่านม้วนทึบแสงมีส่วนในการป้องกันความร้อนได้ดีกว่าชนิดอื่นอีกด้วย
หรือหากเป็นห้องนอนที่หันไปทางทิศตะวันออกม่านม้วนแบบแบล็กเอ้าท์นี้ก็ช่วยให้นอนตื่นสายได้โดยเฉพาะกับเจ้าของห้องที่ต้องทำงานในกะกลางคืน

บทความโดย ร้านผ้าม่านไทย

Advertisements

9 ขั้นตอนที่ควรรู้ในการทาสีบ้านใหม่

ในการดูแลรักษาบ้านให้ดูใหม่อยู่เสมอไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เราต้องรู้วิธีการอย่างเช่น การเปลี่ยนสีสันของบ้านหรือเปลี่ยนเครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์ ก็ทำให้บ้านดูสวยได้แล้ว ในบทความนี้เราจะนำเสนอในเรื่องคำแนะนำในการทาสีบ้าน 9 ข้อที่น่ารู้ในเพื่อทำให้ห้องดูสดใสโดดเด่น…
1. เตรียมงบประมาณ อย่างแรกต้องคำนึงถึง เงิน ที่เราสามารถใช้จ่าย ว่าเรามีงบประมาณอยู่เท่าไหร่ซึ่งจะต้องรวมทั้ง
ค่าสี ค่าช่างทาสี รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ

2. ถามผู้เชี่ยวชาญ ในการทาสีบ้านเราต้องรู้ว่าเราจะทาสีลงบนพื้นผิวประเภทใด ผิวปูน หรือ ผิวไม้ ใช้ทาสีภายใน
หรือภายนอก หากเราไม่แน่ใจว่าจะใช้ ว่าจะใช้สีอะไรดี ควรจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ สถาปนิก หรือช่างทาสี ซึ่งจะมี
คำแนะนำดี ๆ ในการใช้สีให้ถูกประเภท และลักษณะการใช้งาน

3. เลือกสี เมื่อสอบถามผู้เชี่ยวชาญจนแน่ใจในเรื่องการใช้สีให้ถูกต้องแล้ว เลือกสีที่ตัวเองชอบ ยิ่งเป็นสีทาภายในควรให้
กลมกลืนกับขอบประตู-หน้าต่าง ละถ้าพื้นผิวภายนอกเป็นปูนควรเลือกใช้สีที่มีคุณภาพสูงที่สามารถยืดอายุการใช้งาน
ให้นานปกป้องสีบ้านจากการซีดจางที่เกิดจากแสงแดด ทนทานต่อสภาวะอากาศต่อต้านการเกิดเชื้อรา ตะไคร่น้ำ รวมทั้ง
ไม่จับฝุ่นซึ่งจะทำความสะอาดได้ง่าย

4. เตรียมพื้นผิว ก่อนจะลงมือทาสีควร ทำความสะอาดฝุ่นละออง และใช้แปรงแซะสีเก่าที่หลุดลอกออกเช็ดให้สะอาด
แล้วปล่อยให้แห้งสนิท การเตรียมพื้นผิวที่ถูกต้องจะช่วยให้สีที่ทาติดนานยิ่งขึ้น

5. ทาสีรองพื้น การทาสีรองพื้นรก่อนจะช่วยยึดเกาะกับผนังได้ดีไม่หลุด
ออกง่าย ๆ เลือกสีรองพื้นชนิดที่เหมาะสมกับสภาพพื้นผิว เพราะสีรองพื้น
สำหรับพื้นที่ยังไม่เคยทาสีมาก่อน ควรใช้สีรองพื้นที่สามารถป้องกันด่าง
หรือการใช้สีรองพื้นสำหรับพื้นผิวเนื้ออ่อน และไม้เนื้อแข็งที่อาจมียางซึม
ออกมาได้ ควรทาสีรองพื้นที่สามารถกันยางและเชื้อรา

6. อุปกรณ์ทาสี แปรงทาสี และลูกกลิ้งมีความแตกต่างกัน แปรงทาสีสามารถ
เข้าได้ทุกซอกมุมของพื้นที่ที่ต้องการทา จึงเหมาะกับในกรณีที่เตรียมพื้นผิว
แบบหยาบ ๆ หรือผิวที่ไม่เรียบ การใช้แปรงทาจะทำให้สีสัมผัสกับผิวผนัง
ในซอกมุมต่าง ๆ ได้ดี ลูกกลิ้งเหมาะสำหรับการทาในพื้นที่กว้าง ๆ ซึ่งสามารถ
ทำให้การทาสีทำได้เร็วกว่า แต่ลูกกลิ้งจะใช้ปริมาณมากกว่าการทาด้วยแปรง

7. อุปกรณ์จำเป็นอื่น ๆ สิ่งที่ลืมไม่ได้เลยคือผ้าปูผื้นกันเปื้อนเพื่อป้องกันสี
กระเด็นหรือตกหล่นพื้น บันได้สำหรับทาที่สูงและเพดาน ถาดผสมสี และ
อุปกรณ์ทำความสะอาดต่าง ๆ
8. เก็บรายละเอียด เมื่อทาเสร็จแล้ว ควรตรวจสอบหาข้อบกพร่อง เช่น สีที่ทาอาจจะไม่สม่ำเสมอกัน หรือยังไม่ได้ทาใน
ส่วนที่เป็นซอกเป็นมุม จากนั้นเก็บรายละเอียดของงานให้ละเอียดของงานให้เรียบร้อย เท่านี้ก็จะได้บ้านที่ดูใหม่ และ
สดใสขึ้นโดยไม่ต้องมีการตกแต่งอะไรให้สิ้นเปลือง

9. การเก็บรักษาสี หากใช้สีไม่หมดแต่เหลือจำนวนสีไม่มาก และอยากเก็บสีไว้ใช้ต่อครั้งหน้า ควรจะเทสีใส่กระป๋องที่มี
ขนาดเล็กปิดฝาให้แน่น เพื่อป้องกันการแข็งตัวของสีบนพื้นผิว

ขอบคุณบทความดีๆจาก thaihomemaster.com

มู่ลี่ รูปแบบม่านสำหรับหน้าต่างที่สามารถปรับแสงได้

มู่ลี่รูปแบบม่านชนิดหนึ่งที่มีมาช้านานทำหน้าที่บังแสงและสามารถปรับแสงให้เข้ามาภายในห้องผ่านทางหน้าต่างของบ้านคุณและยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บ้านดูมีมิติขึ้นถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทุกบ้านต้องมีไม่ว่าจะเป็นหน้าต่างแบบบานเลื่อนหรือบานสไลด์ มุมห้องบริเวณหน้าต่างเป็นมุมหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบนั่งริมหน้าต่างเพื่อชมวิว อ่านหนังสือ เป็นต้นหรือจะเรียกว่าเป็นมุมส่วนตัวเลยก็ว่าได้ ควรจะติดมู่ลี่ไว้เพื่อช่วยในการบังแดด มู่ลี่ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดมีทั้งที่ผลิตจากอลูมิเนียมและผลิตจากไม้แท้ๆ แต่ละแบบมีคุณสมบัติและลักษณะเด่นในตัวแตกต่างกัน

vn5252b

มู่ลี่อลูมิเนียมขนาดใบ50มิลลิเมตร

มู่ลี่อลูมิเนียมที่มีจำหน่ายหน้าในท้องตลอดในปัจจุบันจะมีขนาดใบให้เลือกใช้3ขนาด แต่ขนาดยอดนิยมหรือเรียกว่าเป็นขนาดมาตรฐานก็ได้คือขนาด 25มิลลิเมตร ส่วนขนาดใหญ่กำลังมาแรงคือ 50 มิลลิเมตร สำหรับมู่ลี่ใบขนาด 50 มิลลิเมตร สามารถใส่เทปบันได(เทปผ้า)ในการร้อยตัวมู่ลี่เข้าด้วยกัน มีสีให้เลือกได้หลากหลายสีด้วยกัน เลือกตามความชอบต้องการได้เลยแต่อย่าลืมให้เข้ากับสีและสไตล์ของห้องด้วย ประโยชน์ของตัวเทปบันไดผ้านี้คือช่วยเพิ่มความสวยงามโดดเด่นให้กับตัวมู่ลี่ได้เป็นอย่างดี
สำหรับอีกขนาดคือ35มม.ก็มีจำหน่ายเช่นดียวกันแต่ราคาค่อนข้างสูงเนื่องจากความต้องการของลูกค้ามีไม่มากจึงไม่เป็นที่นิยมใชักัน

vn6530b.jpg

มู่ลี่ไม้

วัสดุอีกชนิดที่นำมาผลิตเป็นมู่ลี่ก็คือไม้และมู่ลี่ไม้ในท้องตลอดก็มีให้เลือกใช้3ขนาดเช่นเดียวกับมู่ลี่อลูมิเนียมแต่ขนาดที่นิยมใช้กันจะเป็นขนาดใบ50มิลลิเมตร เนื่องจากดูโดดเด่นและใช้จำนวนใบน้อยกว่าใบขนาดอื่นๆ(ทำให้มีน้ำหนักน้อยกว่าการใช้งานระยะยาวจะทนทานกว่าขนาดใบที่เล็กกว่า)

การใช้งานมู่ลี่ ในการปรับองศาของใบมู่ลี่ จะสามารถปรับใบเพื่อรับแสงหรือกันแสงได้ในแนวนอน สำหรับใบขนาด 50 มม. จะปรับโดยใช้การใช้เชือก2เส้นในการดึงปรับ ส่วนขนาดใบ25 มม. จะปรับโดยใช้แกนปรับ ซึ่งระบบเชือกปรับจะมีข้อดีคือใช้งานง่ายและทนทานกว่าระบบแกนปรับ อีกระบบคือระบบโซ่ดึงแต่ไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากมีราคาค่อนข้างสูง ถ้าต้องการรับลมจากภายนอกตัวมู่ลี่สามารถดึงเก็บไว้ด้านบนได้ หรือ ถ้าหากต้องการบังแสง ก็ทำได้โดยการปลดล็อกและรูดตัวมู่ลี่ลงมา เท่านี้ก็สามารถเพิ่มมิติให้ห้องน่าสนใจมากขึ้นและมีมุมหน้าต่างสวยไว้ชมวิวแล้วคะ

 

บทความโดย : ร้านผ้าม่านไทย

สำหรับลูกค้าที่กำลังคิดจะติดตั้งมู่ลี่อลูมิเนียมหรือมู่ลี่ไม้ ไม่ต้องกังวลว่ามู่ลี่ที่มีจำหน่ายจะมีขนาดกว้างและสูงไม่พอดีกับหน้าต่างของบ้านท่าน เพราะมู่ลี่ที่ทางร้านผ้าม่านไทยจำหน่ายจะเป็นการผลิตตามขนาดของประตูและหน้าต่างของบ้านลูกค้าพร้อมมีสีใบมู่ลี่ให้เลือกตามที่คุณต้องการ สำหรับลูกค้าในต่างจังหวัดทางร้านมีบริการจัดส่งทั่วประเทศ การติดตั้งก็ไม่ยากเพียงแค่ใช้เครื่องมีอย่างเช่นสว่านเป็นก็สามารถติดตั้งด้วยตัวเองได้

ทิปการเลือกใช้ม่านสำหรับห้องทำงาน

แบบของม่านที่มีจำหน่ายในท้องตลาดมีให้เลือกมากมายในการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับบรรยากาศในห้องทำงานมีส่วนช่วยให้ความรู้สึกของผู้ที่ทำงานให้อยากทำงานได้ด้วย เหตุผลหลักๆจะเป็นเรื่องของปริมาณแสงที่ส่องผ่านมาทางหน้าต่างนั่นเอง เนื่องด้วยวัสดุที่ใช้ในการป้องกันแสงหรือกรองแสงก่อนผ่านมายังห้องคือผ้าม่าน หากเราเลือกผ้าม่านที่่ทึบเกินไปอาจส่งผลให้เราง่วงได้ หรือ ถ้าเลือกผ้าที่ให้แสงผ่านได้มากเกินไปก็อาจส่งผลในเรื่องสมาธิในการทำงานได้

แล้วม่านชนิดไหนละที่เหมาะสมสำหรับใช้กับห้องทำงานของเรา
หากเป็นห้องทำงานภายในออฟฟิตการเลือกใช้ชนิดม่านที่ดูแลรักษาง่ายอย่างเช่น ม่านม้วน มู่ลี่ ม่านปรับแสงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเพราะวัตถุดิบที่ใช้ผลิตม่านพวกนี้จะ เป็นใยสังเคราะห์หรืออลูมิเนียม อีกทั้งยังสามารถปรับระดับของแสงสว่างให้เข้ามาภายในห้องได้ตามต้องการในยามที่ต้องการแสงจากภายนอกหรือในยามที่ต้องการความเป็นส่วนตัวได้ม่านชนินนี้ได้แก่ มู่ลี่และม่านปรับแสง

vn5479b

มู่ลี่เป็นม่านรูปแบบที่นิยมใช้ในห้องทำงานหรือofficeมากชนิดหนึ่ง ตามรูปเป็นมู่ลี่ไม้สีขาวขนาดใบ50มม.

vb6200b

ม่านปรับแสงเป็นอีกชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กันเนื่อจากราคาไม่แพงและสามารถปรับมุมในการรับแสงได้ตามต้องการ

สำหรับห้องทำงานที่อยู่ภายในบ้านอาจเลือกใช้เป็นผ้าม่านชนิด ต่างๆเช่นผ้าม่านแบบจีบ ผ้าม่านพับ ผ้าม่านตอกตาไก่ โดยอาจจะเลือกสีของผ้าม่านและแบบให้เข้ากันกับห้องอื่นๆในตัวบ้าน ถ้าหากไม่ชอบม่านที่ทำมาจากผ้าก็สามารถที่จะเลือกใช้เป็นม่านม้วนหรือปรับ แสงที่ผลิตจากใยสังเคราะห์ หรือถ้ามีงบประมาณมู่ลี่ไม้ก็เป็นทางเลือกที่ีน่าสนใจเช่นกัน เนื่องจากไม่ต้องดูแลรักษามากกินฝุ่นน้อยโดยเฉพาะในส่วนของม่านม้วนที่ได้ รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

roll4350b

ม่านม้วนแบบซันสกรีนนิยมใช้ในห้องทำงาน

ในการตกแต่งห้องทำงานโดยมากจะเน้นความคล่องตัวในการใช้งานไม่ เกะกะ สำหรับคำแนะนำบางส่วนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นหวังว่าจะเป็น ประโยชน์และมีส่วนช่วยให้การเลือกม่านมาใช้ให้เหมาะสมช่วยเสริมให้บรรยากาศ ในห้องทำงานให้ทำงานได้ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ

บทความโดย : ผ้าม่านไทย http://www.pamanthai.com

ไอเดียร์ติดม่านชั้นที่2(ในจุดเดียวกัน)

การตกแต่งห้องด้วยผ้าม่านนั้น จะสังเกตเห็นว่าบางสถานที่มีการใช้ผ้าม่านในการตกแต่งตามส่วนต่างๆของห้อง ไม่เฉพาะแค่บริเวณหน้าต่างเท่านั้น ยังรวมไปถึงบริเวณโดยรอบของห้อง อาทิเช่น ห้องที่มีส่วนของผนังเป็นกระจก จะมีการตกแต่งผ้าม่านประดับเอาไว้ เพื่อช่วยเสริมบรรยากาศของห้องไม่ให้ดูโล่งหรือเรียบจนดูน่าเบื่อมากเกินไป บางสถานที่ก็มีการประดับผ้าม่านเอาไว้ตามบานประตู โดยเฉพาะประตูที่มีขนาดใหญ่ อย่างห้องโถง เพื่อเพิ่มความหรูหราให้กับตัวห้องนั้นๆ นอกจากนั้นแล้วการติดตั้งผ้าม่านมากกว่า1ชั้นโดยส่วนมากมักจะเป็นผ้าโปร่ง หรือ บางท่านอาจใช้เป็นมู่ลี่หรือม่านม้วนในการตกแต่งเพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการใช้งาน

1411

ผ้าม่านทึบแสงแบบ2ชั้นชุดใหญ่โชว์ความสวยงามบริเวณเชิงบันได

ปัจจัยที่ใช้ในการเลือกจำนวนชั้นของผ้าม่านนั้นจุดแรกที่ต้องคำนึงถึงนั้นก็คือค่าใช้จ่าย งบประมาณของเราว่ามีมากน้อยแค่ไหน เพราะเมื่อจำนวนชั้นของผ้าม่านเพิ่มมากขึ้นนั้นก็หมายถึงราคาที่ต้องจ่ายที่สูงตามขึ้นไปด้วย ต่อมาก็คือรูปแบบในการใช้งานของตัวผ้าม่าน ต้องคำนึงด้วยว่าต้องการติดตั้งผ้าม่านเพื่อจุดประสงค์ใดเป็นหลัก ใช้ในการบังแสงแดด ต้องการปรับแสงภายในห้อง ต้องการความเป็นสัดส่วนหรือความเป็นส่วนตัว หรือจะเป็นการใช้ในการตกแต่งเป็นหลัก เพื่อจะได้สามารถเลือกลักษณะของเนื้อผ้าม่านที่เหมาะสมได้อย่างถูกต้องกับวัตถุประสงค์ รวมไปถึงการคำนึงถึงความสวยงามและบรรยากาศที่ต้องการให้เกิดขึ้นภายในห้องนั้นๆ การเลือกผ้าม่านที่ถูกต้องจะช่วยสร้างมิติ ความหรูหรา และสีสันภายในห้องที่แตกต่างกันออกไป

c3549b

ผ้าม่านแบบไม่ทึบแสง(ติดชั้นเดียว)

 

c6508b

ผ้าม่านรางโชว์ชั้นเดียวแบบทึบแสง

ผ้าม่านแบบชั้นเดียวแบบทึบแสง การใช้ผ้าม่านประเภทนี้นั้นหมายถึง การใช้ผ้าม่านที่มีม่านแบบทึบเพียงชั้นเดียว ซึ่งเป็นม่านที่ใช้ในการจำกัดแสงภายนอกไม่ให้เล็ดลอดเข้ามา เหมาะกับห้องที่มีแสงส่องผ่านเข้ามามากๆ หรือห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงอย่างเช่นห้องนอน การใช้ผ้าม่านลักษณะนี้อาจจะใช้ม่านทึบแสงเพียงชั้นเดียว หรือสำหรับใครที่ต้องการความทึบเป็นพิเศษก็อาจจะมีการเพิ่มม่านซับหลัง(ผ้าฉาบปรอทหรือโฟม)เพิ่มขึ้นได้มาได้ แต่อาจต้องแลกมากับความไม่เป็นธรรมชาติของตัวม่านคือผ้าม่านจะมีลักษณะพองไม่เป็นระเบียบมากนัก

ม่านชั้นเดียวแบบโปร่งแสง ม่านที่นิยมจะใช้เป็นม่านม้วนชนิดซันสกรีน(Sunscreen)หรือเป็นผ้าม่านแบบโปร่ง(ผ้าโปร่ง) ม่านประเภทโปร่งแสงเหมาะสำหรับห้องที่แสงแดดและความร้อนไม่ส่องเข้ามาภายในห้องมากนัก และต้องการบรรยากาศของห้องที่มีความสว่าง แสงที่ส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาจะให้ความนุ่นนวล ต้องการเห็นวิวหรือบรรยากาศภายนอกตัวบ้านช่วยให้บรรยากาศภายในห้องโปร่งโล่ง ไม่อึดอัดและสบายตา

c0563b

ติดม่านแบบ2ชั้น(ผ้าทึบ+ผ้าโปร่ง) ในห้องนอน

ม่านแบบ 2 ชั้น ส่วนมากจะใช้ผ้าม่านชนิดทึบหรือผ้าธรรมดาซ้อนทับกันผ้าโปร่ง โดยมีม่านทึบอยู่ด้านในสุด(ด้านที่ใกล้ผู้อาศัย) ส่วนม่านโปร่งจะเย็บเอาไว้ด้านนอก(ด้านใกล้กับหน้าต่าง) หากต้องการแสงโดยก็สามารถเปิดเฉพาะม่านทึบออก ให้เหลือส่วนของม่านโปร่งที่ยังปิดอยู่ได้โดยที่ยังคงเป็นความส่วนตัวได้อยู่(ขึ้นกับชนิดของม่านโปร่งและแสงภายในห้องด้วย) ไม่เพียงแค่ผ้าม่านที่ใช้ติด2ชั้นเท่านั้น ม่านชนิดอื่นก็สามารถติดแบบ2ชั้นได้ เช่นการติดม่านม้วนแบบซันสกรีนคู่กับม่าม้วนแบบยอมให้แสงผ่านได้ หรือ การติดมู่ลี่ไม้คู่กับม่านม้วน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและไอเดียร์ในการตกแต่งห้องของผู้อาศัยเป็นสำคัญ

ดังนั้นการเลือกจำนวนชั้นของผ้าม่าน จะต้องคำนึงถึงการใช้งานของห้องนั้นๆให้เหมาะสม เพราะเพียงการตกแต่งผ้าม่านที่ถูกต้องนั้นจะช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องให้ดูน่าสนใจเพิ่มมากขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

บทความโดย http://www.ร้านขายผ้าม่าน.com/articles/ไอเดียร์ติดม่านชั้นที่2(ในจุดเดียวกัน).html